ผู้ชายควรเป็นฝ่ายชวนเที่ยวจริงหรือ นี้ก็วันที่สามละที่หยุดงาน ชั่งน่าเบื่อจิงๆๆ แหม...ถ้ามีคนมาชวนเที่ยวก็ดีนะ ถ้าเป็นหนุ่มๆ ได้ยิ่งดี ฮิ้วววว ... ถ้าให้ชวนเองคงจะไม่กล้าแหง่.... คนที่อยากให้ชวนก็อยู่ไกลเหลือเกิน เข้าเรื่องคะ " ผู้ชายควรเป็นฝ่ายชวนเที่ยวจริงหรือ" คุณเห็นด้วยกับคำนี้ไหม? สำหรับดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งคะ " คุณเป็นผู้ชาย ต้องชวนผู้หญิงก่อนเซ่ .." ฉันเป็นผู้หญิงเรียบร้อยนะยะ จะให้ชวนก่อนได้งัย " ดิฉันเชื่อแน่คะ หลายๆคน ต้องคิดแบบดิฉันแน่ แต่...ถ้าใครมีความมั่นใจเต็มร้อยเราก็ไม่ว่ากันนะ วันนี้ดิฉันไปอ่านหนังสือ เรื่อง get happy tomorrow ผู้เขียนคือ Ihoko Kurokawa เลยเอาบางข้อความมาฝาก ก็อย่างที่บอกคะ....ว่างจัด ไม่มีคนชวนไปเล่นสาดน้ำเบย... ผู้หญิงยุคศตวรรษที่ 21 ผู้หญิงสมัยนี้จะตอบว่า "ไม่เห็นด้วย" เพราะยุคสมัยนี้เป็นยุคที่ผู้ชายมีฮอร์โมนเพศชาย "เทสทอสเทอโรน" ต่ำลง ดังนั้นความรู้สึกอยากครอบครอง ความต้องการทางเพศ ความปรารถนา ความทะเยอทะยาน ก็ลดลงไปด้วย ......ดังนั้นผู้หญิงในยุคนี้จึงจำเป็นต้องเลิกยึดติดกับคำว่า "ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายชวนออกเดต" เคล็ดลับหากผูหญิงจะชวนเที่ยว อย่าชวนแบบแกนบังคับ ให้ชวนประมาณว่า"ไปด้วยกันไหม" หรืออย่างมากแค่ "อยากให้ไปด้วนกันหน่อย" แบบนี้จะไม่อึดอัดทั้งสองฝ่าย .....ในสมองของผู้ชายจะควบคุมไม่ให้เขาแสดงอาการปฏิเสธหญิงสาวได้ หรือแย่ที่สุดก็แค่ "ตอบสนองไปตามเรื่องตามราว" ดังนั้นสาวๆ อย่าคิดมาก ให้ลองชวนเขาดูก่อน.... อันนี้สำหรับสาวๆที่อยากบอกความในใจนะคะ เฮ้อแล้วอย่างอิฉันนี้ จะเริ่มชวนใครดีละ แหม...รักพี่เสียดายน้องจิงๆๆ อิอิอิ.....

ตัวแทนความเป็นไทย...

posted on 17 Jan 2012 10:41 by jepink

1. เพื่อนชาวญี่ปุ่นของดิฉันโทรมา บอกอยากตกแต่งห้องที่เพิ่มจะย้ายเข้าไปใหม่ อยากให้ช่วยพาไปซื้อของตกแต่งห้องอยากได้แบบไทยๆ  ดิฉันก็ อ้อ....ของตกแต่งแบบไทยๆ ก็นึกถึง อะไรที่เกี่ยวกับช้าง เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ชอบช้าง อย่าง  จานรองแก้วแบบสานรูปช้าง นาฬิการูปช้างมีตัวเลขที่หน้าปัดเป็นเลขไทย  หัวโขนเล็กๆ  รูปภาพติดผนังแบบประเพณีไทย

 

2. พอไปดูห้อง เป็นห้องเดี่ยว เหมือนห้องเช่าธรรมดาทั่วไป  ของตกแต่งห้องคงยัดเข้าไปไม่ได้มาก อย่างมากก็แจกัน โคมไฟแบบไทยตั้งที่หัวเตียง ภาพแขวนผนังอะไรประมาณนี้  ก็เลยกะจะพาไปจตุจักร น่าจะมีของไทยๆให้เลือกเยอะ

แต่คุณเธอ ดันอิดออดไม่อยากไป จตุจักร

 

3. คุณเธอบอกว่าจตุจักรไปบ่อยแล้ว เดียวจะพาไปร้านแถวๆนี้  ไปช่วยต่อราคาให้หน่อย ดิฉันก็อ้าว ... ตกลงว่าจะมาให้ช่วยต่อราคาเฉยๆเหรอ (・ ・)?

 

4.คุณเธอพาไป ร้านขายสังฆทาน  เราก็ แหม... ช่างรู้จักประเพณีไทยดีจริงๆ รู้จักการถวายสังฆทานด้วย (^-^)…

 

5. แต่ผิดคาด เธอบอกว่าจะซื้อไปตกแต่งห้อง ชอบมากเลย ดิฉันก็เออ....(^-^!)

 

อิฉัน           : “ จะดีเหรอคะ มันจะไทยมั๊กเลยนะ มันจะเหมือนศาลพระภูมินะคะ” (^_^!)

 

ชาวญี่ปุ่น    :  “โอเค โชบ มากๆ  เวลาแม่มา ที่โห้ง จะได้รู้สาก เหมืองอยู่เมืองทาย ” (^0^)

 

สิ่งที่คุณเธอซื้อก็มี

 ดอกบัวเงิน ดอกบัวทองพร้อมพานทองไว้บนหัวเตียง

 

 

พวงมาลัยพลาสติกเจ็ดสีเจ็ดศอก พาดบนหลังตู้เสื้อผ้า

 

 

พวงมาลัยพลาสติกแบบสั้น คล้องที่ลูกบิด  และ.....

เทียนพรรษา ดีนะที่แท่งใหญ่มันแพง เลยได้แท่งเล็กมา

 

6.ดิฉันว่ายังขาดแค่ รูปปั้นบูชา  เพิ่มตุ๊กตานางรำ กับตุ๊กตาลูกกรอก รักยม จุดธูปเทียนบูชานิดหน่อย ก็ได้บรรยากาศเลยแหละ ....(-/\-) สาธุ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจลบหลู่นะคะ

 

ตอนแรกดูเหมือนเธอจะอยากได้พระพุทธรูปด้วย แต่ดิฉันบอกว่าคนไทยถือ ห้ามนำพระพุทธรูปมาตกแต่งบ้าน ถ้าเอามาตกแต่งบ้าน อาจจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีกับเจ้าตัวได้ เธอก็เลย โอเค ถ้าคนไทยถือเธอก็ไม่ทำ

 

ดิฉันว่าบางครั้งตัวแทนของความเป็นไทยแบบที่เราจินตนาการ กับแบบที่ชาวต่างชาติคิดมันก็ไม่ค่อยจะตรงกันเท่าไรเลยนะ

 

 

ควันหลงคริสมาสต์

posted on 12 Jan 2012 13:21 by jepink

1.วันนี้จะเขียนเรื่องวันคริสมาสต์ซะหน่อย ไม่รู้จะช้าไปรึเปล่า  ตอนไปญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว ได้มีโอกาสอยู่จนถึงช่วงคริสมาสต์อีฟ 24 ธันวา ( จำได้อาจารย์ญี่ปุ่นบอกว่าถ้า 23 ธันวา เรียกคริสมาสต์อีฟ อีฟ  แหม..คิดไปได้ ) ได้ดูบรรยากาศในช่วงใกล้คริสมาสต์ และก็ปีใหม่  ตามท้องถนนจะมีการประดับไฟคริสมาสต์ หมือนบ้านเราเลย แต่ดูบ้านเราจะมีสีสันมากกว่านะ  ที่บ้านเราบางทีจะมีเปิดเพลงคริสมาสต์คลอด้วย มีรถเข็นขายอาหาร อากาศก็เย็นสบายกำลังดี   กินไปดูไฟไป แหม..มีความสุข

 

 2.ที่โอซาก้าช่วงนั้นหนาวมาก หนาวจนไม่กล้าจับหูกับจมูกตัวเอง  กลัวมันหลุดติดมือ แต่ดิฉันว่าถ้ามันไม่เกรงใจดิฉัน มันคงหลุดออกมาและ (-_-!)….

 ที่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นคู่รักมาเดินจูงมือดูไฟกันซะมากกว่า ดูแล้วก็ตาร้อนเลยเรา บรรยากาศก็จะเงียบๆ  (ถ้าไม่ได้อยู่ในย่านชอปปิ้ง)  ไม่มีร้านขายของข้างทางเหมือนบ้านเรา ถึงมีก็คงไม่มีใจจะกิน หนาวขนาดนี้   ถ้ามาคนเดียวคงจะเหงาน่าดู    เหงาด้วย หนาวด้วย แง๊...

  

3. ช่วงนั้นดิฉันมีโอกาสมีต้นคริสมาสต์ประดับในห้องกะเขาด้วย  ทั้งที่ในห้องก็แคบมาก ด้วยอาจารย์ชาวญี่ปุ่นเกรงว่าดิฉันจะไม่ได้รับบรรยากาศช่วงเทศกาลคริสมาสต์  กลัวดิฉันจะเหงาตายคนเดียวอยู่ในห้องแคบๆที่ญี่ปี่น ก็เลยเสนอแกมบังคับให้เอาต้นคริสมาสต์ไปประดับที่ห้อง

 

4.ตัวดิฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งอะไรกับมันมาก รู้สึกว่ามันไกลตัว มันไม่ใช่เทศกาลของเรา แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วเทศกาลคริสมาสต์ถือว่าสำคัญ มีการให้ของขวัญกัน มีประดับต้นคริสมาสต์ในบ้าน มีกินเค้ก กินไก่อบ ขนาดที่โรงอาหารที่โรงงานยังมีอาหารพิเศษสำหรับวันคริสมาสต์โดยเฉพาะให้กินเลยนะ เป็นไก่ย่างกับกราแตงร์(เขียนถูกรึเปล่านะ) ทั้งๆที่คนญี่ปุ่นก็ไม่ได้นับถือคริสต์

 

5.       อาจารย์ญี่ปุ่น      :  ” นี้เธอ เมืองไทยมีคริสมาสต์ไหม ? “

 

อิฉัน               : อือ... “ มีจัดตามห้าง ข้างนอกอะ แต่ในบ้านไม่มีจัด”  

 

อาจารย์ญี่ปุ่น :ทำไมละ?”  “ ทำไมในบ้านไม่มีจัด” “ แปลกนะ”   (・_・)?)

 

อิฉัน             :  (-_-!)  “ ไม่ได้นับถือคริสต์... อาจารย์นับถือคริสต์เหรอ?”

 

อาจารย์ญี่ปุ่น  :  “ เปล่า.” ((・_・))

 อิฉัน              :  “แล้วทำไมจัดละ”

อาจารย์ญี่ปุ่น : “นั้นนะสิ?”  ....  “ น่าๆ เอาบรรยากาศ” (^-^!)

                      “พอดีฉันมีต้นคริสมาสต์เก่าอยู่ไม่ได้ใช้แล้ว ฉันให้เธอเอาไปประดับที่ห้องนะ” “ ที่เมืองไทยไม่มีไม่ใช่เหรอ”

อิฉัน                : “ไม่เป็นไรคะ”

อาจารย์ญี่ปุ่น  : “ ทำไมละ?”

อิฉัน              :  ” ไม่ได้นับถือคริสต์นะ เกรงใจ  บ้านอาจายร์เป็นคริสต์เหรอคะ “

 

อาจารย์ญี่ปุ่น :  “เปล่า.”  (-_-!)..พึ่งบอกไปตะกี้

 

 อาจารย์ญี่ปุ่น:  “เอาไปเถอะ เดี๋ยวฉันขนไปให้”

 

อิฉัน :ห้องมันแคบนะ ไม่รู้จะวางตรงไหน”  

 

อาจารย์ญี่ปุ่น: ” ไม่เป็นรั๊ย  มันต้นเล็กนิดเดียว เอาบรรยากาศ….”

  

อิฉัน :” บรรยากาศเหรอ?  ไม่ได้นับถือคริสต์นะ  อาจารย์นับถือคริสต์เหรอ?”

   

อาจารย์ญี่ปุ่น: (-_-!) … ”เดี๋ยวเย็นนี้ฉันขนไปเลย ตั้งให้ ประกอบให้ด้วย โอเคนะ”  

 

ที่จริงดิฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะกวนแกนะ แต่พอดีหมั่นไส้แก แกทำหน้าเหมือนว่าคนไทยนี้แปลกไม่ประดับต้นคริสมาสต์ที่บ้าน แต่ดิฉันว่าคนญี่ปุ่นนะแปลก  

 

 

 

 

 

 

 

แต่พอดูไปดูมามันก็สวยดีนะ ถึงบางทีอาจจะเดินชนมันบ้างก็เหอะ

ยังไงก็ขอบคุณอาจารย์นะคะ ที่ช่วยขนมาให้ แถมนั่งประดับดาวให้อีกตังหาก โดยมีอิฉันนั่งดู ชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว

บอก.. “ จารย์ ดาวมันเอียงนะ  นะนะ.. ซานตาครอสหลุดไปแล้ว ติดดีๆซิคะ”    ฮิฮิฮิ .....

 

 

 

 

ถึงว่า...ทำไมยังโสด

posted on 14 Nov 2011 09:19 by jepink

1.     เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ได้ ไปไหนเลย เพราะน้ำท่วม ออกไปไหนลำบาก ที่จริงหมู่บ้านดิฉันยังไม่ท่วม แต่ถนนทางเข้าท่วมหมดแล้ว  ถ้าจะออกไปก็ต้องยอมลุยน้ำประมาณเข่า ออกไป แต่กลัวขาอันเนียนเรียบของข้าพเจ้า ถ้าโดนน้ำบ่อยๆ อาจจะมีอันเป็นไป ก็เลยนอนอยู่บ้าน เอาการ์ตูนขายหัวเราะของหลานมาอ่าน ตลกดี  อ่านแล้วก็ เออ...จริงแฮะ ก็เลย เอามาลงให้อ่าน เพื่อจะหานเครียด หายเซ็งกับน้ำท่วมบ้าง  

 

2.     ผู้ชายนิสัยดี.....มักจะขี้เหร่

 ผู้ชายที่หล่อ......มักไม่สุภาพ

ผู้ชายที่ทั้งหล่อและสุภาพ.....มักเป็นเกย์

ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และ ไม่ใช่เกย์ .....มักแต่งงานแล้ว

ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อและนิสัยดี .....มักไม่มีสตางค์

ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดี และมีสตางค์.....มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา

ผู้ชายที่หล่อ ต่ไม่มีสตางค์.....มักจะเห็นแกสตางค์ของเรา

 

และ.....ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี.....มักคิดว่าเราไม่สวยพอ

ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวยเหมาะกับเขา.....มักเป็นคนขาดความมั่นใจ

ผู้ชายท